บ้านชินประชา

บ้านชินประชา เป็นบ้านเก่าแก่สไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งสร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเกาะภูเก็ตเลยก็ว่าได้ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของตระกูลตัณฑวณิช โดยเจ้าของได้อนุรักษ์ตัวอาคารและเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของภูเก็ตผ่านการ ใช้ชีวิตของชาวภูเก็ตในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะของบ้านมีความโดดเด่นตรงที่เป็นบ้านสองชั้น ประตูบ้านลงรักปิดทอง มีอักษรจีน มีหน้าต่างไม้หลายบาน ภายในบ้านเย็นสบายอากาศถ่ายเทสะดวก เนื่องจากตรงกลางบ้านเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศ อีกทั้งยังมีสระน้ำเล็ก ๆ อยู่กลางบ้านเป็นมุมที่น่าสนใจไม่น้อย ในส่วนของพื้นบ้านก็ถูกปูด้วยกระเบื้องจากอิตาลีลวดลายสวยงามสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีบันไดไม้ลวดลายสวยงาม เครื่องเรือนส่วนใหญ่ก็เป็นไม้ฝังมุกนำเข้าจากเมืองจีน อีกทั้งยังมีเครื่องใช้ เครื่องครัวโบราณ ภาพถ่าย และภาพวาดในอดีตที่สวยงามมากมายที่รอให้คุณมาสัมผัส ส่วนท่านใดที่สนใจแต่งกายแบบคนภูเก็ตสมัยก่อนที่เรียกว่า “การแต่งกายแบบบาบ๋า ย่าหยา” ที่นี่เขาก็มีให้ลองใส่ด้วยนะจ๊ะ เก๋สุด ๆ ที่อยู่ : อำเภอเมือง ทางเข้าอยู่ริมถนนกระบี่

ย่านเมืองเก่าตึกแถวโบราณ

ย่านเมืองเก่าตึกแถวโบราณ อาคารชิโน-โปรตุกีส ย่านรวมตึกเก่าโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีส คุณจะพบกับเสน่ห์ของตัวอาคารที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ตกแต่งด้านหน้าอาคารด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอย่างสวยงาม มีร้านขายผ้าปาเต๊ะ ผ้าลูกไม้ ร้านกาแฟ โรตีมะตะบะ และอีกมากมายให้แวะกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังสามารถเดินชมซุ้มโค้งแบบโรมัน บานหน้าต่าง ช่องแสงลวดลายเรขาคณิตยุคอาร์ตเดโคสุดสวย ฯลฯ และอยากแนะนำให้แวะ “ซอยรมณีย์” ที่อดีตเคยเป็นซอยบันเทิง ซึ่งปัจจุบันถูกตกแต่งด้วยสีสันสวยงามน่าถ่ายรูปสุด ๆ ต่อด้วย “อังมอเหลา” คฤหาสน์แบบนีโอคลาสสิก & เรอเนสซองส์ ของตระกูลนายเหมืองเก่า ปิดท้ายด้วยแวะเก็บภาพที่สถานที่ยอดฮิตอย่าง “ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด” “ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ” และ “โรงแรมออนออน” รับรองว่าคุณจะหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง ที่อยู่ : อำเภอเมือง บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนเยาวราช ถนนพังงา และรอบ

พระใหญ่

พระใหญ่ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ประดิษฐานอยู่ ณ ภูฟ้า บ้านท่าดีหมี ห่างจากเชียงคาน 20 กม. เป็นพระพุทธรูปปางลีลา สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ 72 พรรษา เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขงมาบรรจบกันเป็นจุดต่อระหว่างชายแดน 2 ประเทศ และถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่แม่น้ำโขงไหลเข้ามาในประเทศไทย ณ บริเวณบ้านท่าดีหมี อ.เชียงคาน จ.เลย จึงเป็นจุดที่มีทัศนียภาพสวยงามของไทย-ลาว และสามารถชมแม่น้ำโขงในมุมสูงที่มีความสวยงามไม่ยิ่งหย่อนกว่าจุดใด โดยเฉพาะในยามที่อาทิตย์อัสดง ตลอดระยะทางจากอำเภอเชียงคานมาถึงที่นี่ คุณจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน การทำเกษตรกรรม และชมวิวทิวทัศน์เทือกสวนไร่นาที่อุดมสมบูรณ์

วัดศรีคุนเมือง

วัดศรีคุนเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485 ตั้งอยู่ที่ ถนนชายโขง ซอย 6-7 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนาและพระประธานมีลักษณะคล้ายวัดเชียงทอง (หลวงพระบาง-สปป.ลาว) ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24-25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์แกะสลักไม้ลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาทและฮางฮดหรือรางรดในลักษณะเดียวกันซึ่งเป็นเครื่องใช้แบบล้านนาที่ทำเป็นรางคล้ายรูปเรือสุพรรณหงส์เพื่อใช้ในพิธีรอน้ำพระสงฆ์ ส่วนด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม

วัดถ้ำเสือ อ.เมือง

วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาวต่างประเทศ ทั้งความโดดเด่นของวัดและชื่อเสียงของ “หลวงพ่อจำเนียร” ประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธามาช้านาน และยังเป็นที่ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานที่น่าสนใจอีกด้วย สภาพโดยทั่วไปของวัดถ้ำเสือมีลักษณะ เป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำงู ถ้ำเต่า ถ้ำมือเสือ สิ่งสำคัญใน “วัดถ้ำเสือ” นั้นที่ดูเหมือนจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดและ เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เกาะปอดะ อ.เขาพนม

เกาะปอดะ อ.เขาพนม เกาะปอดะเป็นหนึ่งในหมู่เกาะปอดะ อันประกอบด้วยเกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ เป็น 4 เกาะเด่น ที่สามารถรวมเป็นโปรแกรมเที่ยวภายในหนึ่งวันได้ นับเป็นรายการท่องเที่ยวยอดนิยมของทะเลกระบี่ เพราะเดินทางสะดวกและค่าใช้จ่ายไม่มาก หากเลือกพักที่อ่าวนางจะสามารถเหมาเรือหางยาวหรือเรือหัวโทงมาเที่ยวชมหาดทรายสวยๆ ของเกาะเหล่านี้ได้ โดยเกาะปอดะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวยาวกว่ากิโลเมตรทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ บรรยากาศร่มรื่นด้วยทิวสน น้ำทะเลใสจนเห็นทรายสีขาวอยู่ใต้น้ำ เกาะปอดะยังเป็นสวรรค์ของนักอาบแดด บริเวณทิศเหนือและทิศตะวันออกก็มีแนวปะการังให้ดำน้ำชมได้ดี นอกจากนี้บริเวณชายหาดยังมีกิจกรรมทางทะเลเช่น พายเรือคายัค คอยให้บริการ หรือจะเล่นน้ำอย่างเดียวก็ได้เช่นกัน

สะพานมอญ อ.สังขละบุรี

สะพานมอญ อ.สังขละบุรี สะพานมอญ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้ การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 – 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ สายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค –

เขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ

เขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ เขาช้างเผือก เป็นที่เที่ยวสำหรับคนที่ชอบการเดินป่า ชอบผจญภัย พิชิตยอดเขาสูง ยอดเขาช้างเผือกสูงตระหง่าน รอให้มาพิสูจน์ความกล้ากัน โดยเฉพาะจุดของสันเขาที่หวาดเสียวที่สุดที่เรียกว่า “สันคมมีด” เขาช้างเผือก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ บนยอดเขามีลักษณะเป็นภูเขาหญ้า มีหินบ้างตามสันเขา การเดินทางไปยังยอดเขาช้างเผือก จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อลงทะเบียนรายชื่อคนที่ขึ้นเขา ในแต่ละวันทางอุทยานฯ​ มีการจำกัดคนบนเขาไว้ที่ 60 คน เพราะพื้นที่กางเต็นท์บริเวณยอดเขามีพื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาแบบ 1 คืน 2 วัน การเดินขึ้นสู่เขาช้างเผือกจะเริ่มจากบริเวณหลังหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินขึ้นไปจนถึงจุดกางเต็นท์ เดินช่วงแรกจะผ่านป่าโปร่งๆ เป็นเนินเขาเตี้ยบ้าง สูงบ้าง

วัดในเชียงใหม่

วัดพระสิงห์วรวิหาร อยู่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ 5 ในราชวงศ์เม็งรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ในปีพ.ศ. 1888 พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู อีกทั้งยังนับได้ว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโบราณสถานสำหรับชาติ ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่เมืองเชียงใหม่และเมืองล้านนามาเป็นเวลานาน พระพุทธรูปเป็นศิลปะเชียงแสนรู้จักกันในชื่อ “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่เที่ยวเชียงใหม่ แห่งนี้ เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สูงที่สุดของอาณาจักรล้านนา สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.1913-1954) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2024 และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐาน แต่เดิมวัดเจดีย์หลวงมีชื่อว่า “โชติการามวิหาร” หมายถึง พระอารามที่มีความรุ่งเรืองสว่างไสว ทั้งยังเป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุ

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงนิเวศที่มีความน่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนรักธรรมชาติ นักท่องเที่ยวและครอบครัวสามารถใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อน พาเจ้าตัวน้อยมาเรียนรู้สิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียนได้ตลอดทั้งปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีเส้นทางศึกษาธรรมป่าชายเลน เป็นสะพานไม้ที่ทอดยาวกว่า 1,700 เมตร พร้อมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลนที่ติดอยู่ตรงศาลาเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเป็นระยะ ช่วงน้ำลดเราจะได้เห็นปูก้ามดาบ โบกก้ามไหวๆ และอย่าพลาดไปชมต้นแสมขนาดใหญ่อายุนับร้อยปี สุดปลายของสะพานไม้จะได้ชมวิวพาโนรามาของคุ้งน้ำรูปตัวปลากระเบน อันเป็นที่มาของอ่าวชื่อคุ้งกระเบนอีกด้วย ระยะทางบนสะพานเดินไม้ที่มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร เด็กๆ ที่มาเที่ยวชม รวมถึงผู้ใหญ่บางคนอาจรู้สึกเบื่อหน่ายได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีอากาศร้อน เพราะฉะนั้นเพื่อความบันเทิงตลอดเส้นทางขอแนะนำให้มาช่วงเวลาประมาณ 09.00 – 11.00 น. หรือช่วงบ่าย ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 – 17.00 น. จะเพลินอุรามากๆ สอบถามรายละเอียด โทร.0 3943